เอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่ซีรี่ย์(?)นะคะ

จะเขียนเป็นตอนๆ เรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการอัพเดทค่ะ

แต่พอมานั่งอ่านเอนทรี่ตัวเองแล้วก็นึกถึงเพจ “ยาวไปไม่อ่าน” เลย ;w;

 

แจ้งข่าวก่อนนะคะ 

ซัมเมอร์ปีหน้ามายด์จะไม่ได้คอสตั้งแต่เดือน มี.ค. ถึง(คาดว่า)มิ.ย.

เพราะที่แพลนที่จะไปWork & Travel (ต่อไปนี้จะขอเรียกย่อๆว่า WAT) ที่ USA กับเพื่อนๆในโต๊ะค่ะ

เอนทรี่ชุดนี้ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์ตั้งแต่แรกเริ่มให้ฟังกัน แบบขำๆนะคะ

ตามแบบคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย(ฮา)

 

ตอนแรกคำว่า WAT ไม่เคยอยู่ในหัวมายด์เลยค่ะ เพราะไม่มีตังค์ ภาษาก็ไม่เก่ง ไปถึงะพูดรู้เรื่องรึเปล่าก็ไม่รู้

แต่เพราะความคิดขำๆว่า ไหนๆถ้าโลกจะแตกปี 2012 ก็ขอไปต่างประเทสสักครั้งเถอะ

ทีนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักกันแล้วล่ะว่า อยากไปจริงๆหรือเปล่า

เพราะการเดินทางครั้งนี้ ค่าใช้จ่ายประมาณแสน เดินทางค่อนโลก เวลาสี่เดือน

ถ้าหาข้อมูลไม่พร้อมไม่พอนี่เอาชีวิตไปทิ้งเลยนะคะ

บ้านมายด์ฐานะปานกลางค่ะ ไม่ได้มีเงินหลักแสนที่จะละลายหายไปง่ายๆ

แถมเป็นการจ่ายเงินก้อนใหญ่ครั้งแรกในชีวิต คิดหนักกันหน่อยล่ะ

 

จริงๆตอนแรกสุดตั้งใจจะไปเที่ยวพักผ่อนและช่วยงานที่ร้านอาหารของน้าในChicago ค่ะ

แต่เพราะวีซ่าท่องเที่ยวของเมกานั้นขอยากมากกกกกก ยิ่งสถานะอย่างมายด์ด้วยแล้ว

คุณแม่ที่มีเพื่อนอยู่อิตาลีเลยบอกว่าถ้าต้องการจะไปต่างประเทศก็ไปอิตาลีละกัน

แต่ไม่ได้ทำงาน...

(งั้นหนูนอนอยู่บ้านประหยัดกว่าเยอะเลยค่ะ แม่! ><)

กว่าคุยจนตกลงกันได้เสร็จ

เพื่อนๆในโต๊ะก็สมัคร จ่ายตังค์รอบแรก ยื่นเอกสารต่างๆจนครบหมดแล้ว

มายด์ก็เลยต้องตามให้ทันค่ะ !

 

ขั้นตอนการสมัครนะคะ

ขั้นแรกเราต้องหาข้อมูลของ agency ก่อน

แน่นอนว่าหน้าเวปเค้าไม่เล่าอะไรที่เป็นเรื่องแย่ๆหรอกค่ะ - -“

พยายามหาศิษย์เห่าของagency นั้น รุ่นก่อนๆ ย้อนหลังหลายๆปี

การไป WAT ใช่ว่าจะมีแต่ประสบการณ์ดีๆ ประสบการณ์แย่ๆนั้นเยอะกว่า แต่เค้าจะเก็บเอาไว้

ลองหาอ่านในเนตก็ได้ค่ะ ที่ศิษย์เก่าเค้ามาแชร์ประสบการณ์กัน

เพื่อจะได้เตรียมใจว่า “นี่กรูต้องไปเจออะไรบ้าง!?”

เช่น กระทู้นี้ค่ะ >>http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/04/H10410717/H10410717.html<<

 


 

เมื่อเลือกagency ได้แล้วก็สมัครออนไลน์หรือวิธีอื่นๆที่agency บอกไว้

ของagency มายด์เมื่อสมัครแล้วเค้าจะให้นัดวันสอบข้อเขียนหรือสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์  มายด์เลือก phone interview ค่ะ

เพราะม.ไกล ขี้เกียจเดินทาง

การสัมภาษณ์นี่เป็นอะไรที่ประหม่าทุกทีค่ะ

คือส่วนตัวแล้วเวลาเจอฝรั่งหรือเพื่อนต่างชาติจะคุยได้เรื่อยๆไม่มีปัญหา ผิดๆถูกๆ เพราะก็ไม่ได้เป๊ะแกรมม่าอะไร

เอาเป็นว่าคุยพอรู้เรื่อง

แต่เวลาออกไปรายงานหน้าห้อง จะลืมสิ้นทุกสิ่งที่พูดทันที กริยาว่า make ยังลืม ;w;

แต่ตอนสัมภาษณ์จริงก็ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ เหมือนที่นี่เค้าดูว่าเราพอพูดรู้เรื่อยมั้ย

เพื่อนมายด์อีกคนโดนสัมภาษณ์ตอนเพิ่งตื่น ตอบไปเมามากๆ ชื่อเมืองหลวงยังตอบผิดเลยค่ะ (ฮา)

 

เนื่องจากมายด์ต้องส่งเอกสารที่จำเป็นเพื่อการยื่นขอวีซ่าภายในวันศุกร์นี้

ทุกอย่างจึงชุลมุนมากๆ

เมื่อวานสัมภาษณ์เสร็จปุ๊บก็ต้องไปทำพาสปอร์ตต่อเลย

เพราะเป็นวันเดียวที่เรียนครึ่งวัน

วันอื่นเรียนถึงบ่ายสาม ไปไม่ทันกงสุลปิดรับคิวตอนบ่ายสามครึ่ง

 

คุณแม่เคยทำพาสปอร์ตตอนปี44หนนึงค่ะ เพราะจะไปแว้นซ์ที่สิงคโปร์

เด็กมายด์ก็เปรี้ยวไปทำด้วยทั้งที่ตัวเองไม่ได้ไปไหน สุดท้ายเสียค่าธรรมเนียมฟรีแล้วก็ได้สมุดมานอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่ใช้จนหมดอายุ - -“

แต่ตอนที่ไปทำเพิ่งอยู่แค่ ป.5 ยังมึนๆ จำอะไรไม่ได้ จำได้แค่ถูกถ่ายรูป 555

 

แต่ตอนนี้ก็มีปัญหานิดหน่อย เพราะยังเป็น “ผู้เยาว์ที่บรรลุนิติภาวะแล้วแต่ยังมีอายุไม่ถึง 20 ปี”

 

มีปัญหาตรงไหน

ตรงที่ต้องพาผู้ปกครองไปลงนามด้วยแต่แม่อิชั้นติดธุระ!

 

ก็เลยต้องโชว์เปรี้ยวฉายเดี่ยว

สัมภาษณ์เสร็จ 13.กว่าๆ จำเวลาไม่ได้

แว้นซ์ออกจากม. ขึ้นรถตู้ต่อรถเมล์ต่อมอร์ไซค์เข้าบ้าน กว่าจะถึง 14.36

(กรมการกงสุลปิดรับคิว 15.30 น.)

คว้าทะเบียนบ้านปุ๊บวิ่งออกมาซีรอกซ์แล้วขึ้นมอร์ไซค์(อีกรอบ)

ขี่เร็วมาก + ลมก็แรงมาก = หัวกรูวววววววว์ (แฉด)

 

โบกแท็กซี่ไปเพราะไม่ต้องการขึ้นรถเมล์ตากแดดหน้าดำอีก

จส.ร้อยในรถบอกเวลา 15.00 น.

จะทันมั้ยแว๊..... –[]-;;;

 

พี่คนขับแท็กซี่เหมือนจะรู้ใจเหยียบให้ซะมิดเลย

ประมาณสิบนาทีพี่แกก็ปาดซ้ายเข้ากรมการกงสุล สนนราคา70 บาทแถมขำอีกต่างหาก (ขำไรฟระ!)

พี่ยามก็รู้ใจ ตะโกนไล่หลังตามมา

“ทำพาสปอร์ตรีบหน่อยนะครับ เข้าประตูกระจก ชั้นสองเลี้ยวขวาเลย”

 

ในที่สุดก็ถึงจุดเซฟ แต่อนิจจา แม่รถติดอยู่รัชดา!

 

ว้อททททท ท ท ท ท

 

พอบอกเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์รับคิวเค้าก็เข้าใจให้บัตรคิวรอจนกว่าแม่จะมา

แต่...

เจ้าหน้าที่ “นี่ค่ะ บัตรคิวหมายเลข 1478”

มายด์ //รับบัตรคิว

ลำโพง “หมายเลข 1478 เชิญช่อง 47 ค่ะ”

 

ว้อทททททททท ท ท ท 

 

เร็วไปค่ะ หนูเข้าใจว่าระบบการจัดการprocess ที่นี่เร็วมาก

แต่เร็วไปค่าาาาาา

(แม่หนูยังไม่ม๊าาาา)

 

พอเข้าไปในห้องก็จะแบ่งเป็นล็อกๆเหมือนคูหาเลือกตั้ง 62 ล็อก

จัดระเบียบดีกว่าสมัยก่อนเยอะ process การflowคน การติดตามดูแลของพนักงาน ฯลฯ

ตามหลัก Operation Management สุดๆค่ะ ประทับใจ

เอ้า ต่อ

ถึงโต๊ะ 47 คุณพี่ก็ให้วัดส่วนสูง

(ส่วนสูงดิชั้นหดจากบัตรประชาชนอีกแหน่ะ)

กรอกข้อมูลลงในเอกสารให้ครบถ้วน (เพราะเมื่อกี้เรียกคิวเร็ว ยังไม่ทันจะกรอกเลย)

และแล้ว......

 

“น้องคะ ส่องกระจก จัดผมแล้วไปนั่งเก้าอี้ด้านนู้นได้เลยค่ะ”

 

ว้อท เดอะ !!!!?

(ในใจ)

พี่คะ หนูนั่งรถแทบทุกชนิดที่ไม่มีแอร์ยกเว้นแทกซี่กว่าจะมาถึงที่นี่

ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโทรมขนาดไหน

พี่ยังจะให้หนูเอาหน้าปลาดุกชนเขื่อนแบบนี้ออกนอกประเทศอีกหรือคะ!!!

 


 

(คร่ำครวญในใจ)

 

สุดท้ายก็ออกมาดูดีกว่าบัตรต่างด้าวประชาชนหน่อยนึง (แต่หน้าบานไปโลกหน้าแล้ว)

 

ชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยรอรับบัตรอีกสองวันค่ะ

และแล้ว

คุณแม่ก็มาถึง ;w;

 

ฮืออออออว์!!!!

 

 

 

เมื่อผลการสัมภาษณ์ผ่านแล้ว จะต้องยืนยันการสมัครเข้าร่วมโครงการโดยการจ่ายชำระค่าโครงการครั้งที่ 1 ก่อนค่ะ

หลังจากนั้นเราจะได้รับ username กับ pass สำหรับlogin ไปหน้า internal page เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร

และดาว์นโหลดไฟล์เอกสารต่างๆ รวมทั้ง job list ด้วยค่ะ

ตอนนี้มายด์ก็รอ user อยู่ แต่ไปจิ๊กpass เพื่อนมาโหลดเอกสารเตรียมไว้ก่อนค่ะ

ของagency มายด์มีเอกสารที่ต้องส่งรอบแรกประมาณ 7 อย่าง

ก็พวกใบสมัคร สำเนาเอกสารสำคัญทั้งหลาย

ใบรับรองการมีสถานภาพการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

จำเป็นมากในการยื่นขอวีซ่า J1

(J1 visa เป็นวีซ่าระยะสั้นสำหรับนักศึกษา postdoctoral,  professor, พนักงาน หรือ visitor ที่มาทำวิจัย ดูงานหรือมาเข้าร่วม workshop, conference ต่างๆ)

เพราะเป็นหลักฐานในการยืนยันว่า ฉัน จะต้อง กลับมาเรียนต่อที่เมืองไทยนะ (ลองอ่านแบบสำเนียงฝรั่งพูดไทย)

เดี๋ยวในเรื่องการขอวีซ่า ไว้ตอนจะขอหรือขอผ่านแล้ว จะมาเล่าอย่างละเอียดอีกทีนะคะ

เอกสารอีกอันที่สำคัญคือ resume ซึ่งต้องส่งให้นายจ้างดู

Resume (เรซูเม่)คือ ใบแนะนำตัวเองตอนสมัครงานค่ะ

เอาไว้ให้นายจ้างพิจารณาก่อน/ระหว่างการสัมภาษณ์งาน

Resume เป็นเอกสารสำคัญที่จะทำให้นายจ้างรู้จักกับตัวเราค่ะ

เค้าจะให้ describe ตัวเอง ถามเรื่องทั่วไป ทำไงถึงอยากมาWAT  กำลังเรียนอยู่ที่ไหน คณะ ปีอะไร

มี work experience อะไรบ้าง กิจกรรมความสนใจที่ชอบ ฯลฯ

 

ซึ่งสำหรับของมายด์ อธิบายตัวเองก็ไม่ถูก work experience ก็ไม่มี มีแต่งานแบบเด็กฉีกบัตรเลือกตั้งในคูหา

 

แต่ทำให้ดีนะคะ resume นี้ถือว่าเป็น first impression ที่นายจ้างมีต่อเราเลยทีเดียว

 


ยาวมากแล้ว นั่งพิมพ์สองรอบเลย เพราะตอนแรกพิมพ์เสร็จแล้ว draft หาย เล่นเอาท้อเลยค่ะ

ค่อยมาเล่าต่อในเอนทรี่หน้านะคะ ^^

เป็นเอนทรี่ประสบการณ์ตรงขำๆ แต่ถ้าเป็นประโยชน์สำหรับใครที่จะไปWAT ปีหน้าก็ดีใจมากๆเลยค่ะ 

 


Comment

Comment:

Tweet

เยอะ - -*

โชคดีเน้อbig smile Hot!

#6 By KaTTo-+tOdA on 2011-09-28 23:38

พะ....พี่มายยยยยยยย ไปไม่บอกไม่กล่าว กรี๊ซซซซซซซซ
ที่ม.หนูก็มีองค์กรคล้ายๆอันนี้เหมือนกัน พยายามลากหนูไปเมืองนอกให้ได้...แต่ด้วยความที่หนูต้องเรียนถึง5ปีแล้วไซร้...คงไม่มีเวลาไปดอก (ไม่อยากเรียน6ปีอ่ะsad smile )

ก่อนไปต้องคอสให้ฉ่ำเลยน้าาาาาา


ปล.น้าหนูอยู่อิตาลี เมืองฟลอเรนซ์อะไรซักอย่าง =w=b

#5 By ~killau~ on 2011-09-27 20:37

สู้ๆนะ big smile

#4 By FuRii on 2011-09-27 20:10

อยากไปเหมือนกันค่ะ จขบ. ก็สู้ๆนะคะ >w<<

#3 By Red★Dango on 2011-09-27 20:09

มีความคิดอยากไปนะ แต่ด้วยทุนทรัพย์ไม่อำนวย ฮึกก

อย่างนี้ก็คิดถึงน้องมายด์แย่ งอแง

#2 By AoMMu on 2011-09-27 18:02

ดูวุ่นวายเหมือนกันนะคะ ; v ;
แต่อยากไป WAT มากเลย
เสียใจที่อายุยังไม่ถึง แงงง
รอไปตอนอยู่มหาวิทยาลัยละกัน

double wink

Cosplayers Community Site Cure